วันอังคารที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2555

การป้องกันตัวเองในที่สาธารณะ


ควรเดินในที่สว่างพยายามเดินให้ห่างจากประตูตามตึก อาคารและบ้านเรือน เพราะคนร้ายอาจแอบอยู่หลังประตู และเปิดออกฉุดคุณเข้าไปเมื่อคุณเดินไปใกล้ๆ

อย่าให้คนเดินตามหลังในระยะกระชั้นชิดเพราะคนร้ายมักจู่โจมจากด้านหลัง ถ้ามีคนเดินตาม และไม่แน่ใจว่าเขาเดินตามคุณเพื่อทำร้ายหรือเปล่า ให้หันมาเผชิญหน้า ถ้าไม่ใช่เขาจะเบี่ยงเดินแซงคุณไป ถ้าใช่บางครั้งคนร้ายอาจเปลี่ยนใจ เมื่อเห็นว่าเหยื่อมีความระมัดระวัง

หากรู้สึกว่ามีใครกำลังเดินตามคุณกลับบ้าน
สิ่งที่ควรทำ คือ อย่าเพิ่งตรงดิ่งกลับเข้าบ้าน เพราะถ้าทำเช่นนั้นคนร้ายจะรู้จักที่พักคุณ และอาจย้อนมาทำร้ายทีหลังได้ ควรเปลี่ยนเส้นทางและเดินเข้าไปในสถานที่ซึ่งมีคนพลุกพล่าน เช่น ร้านค้า ร้านหนังสือ หรือร้านอาหาร หากบริเวณที่คุณถูกเดินตามไม่มีร้านอะไรเลย ให้มองหาบ้านคนรู้จัก หรือบ้านหลังไหนก็ได้ที่เปิดไฟอยู่ และเข้าไปหาเพื่อขอความช่วยเหลือจากคนในบ้านนั้น

ถ้าคนที่เดินตามอยู่ใกล้ขนาดได้ยินเสียงเรียกชื่อ (ที่คุณสมมติขึ้นมาเอง)เหมือนว่าคุณกำลังตะโกนเรียกคนในบ้านให้มาเปิดประตูให้ ซึ่งคนร้ายมักจะซุ่มรอเพราะคิดว่ามีคนเดียว หากมีบุคคลทีสามเข้ามาจะยากต่อการทำร้าย ดังนั้นถ้าคนร้ายได้ยินเสียคุณเรียกคนในบ้านก็จะลังเลหรือเปลี่ยนใจ

หากคุณยืนอยู่หน้าบ้าน จงเคาะดังๆ และตะโกนเสียงดังๆว่า พี่ พ่อ ลุง...(เติมชื่อผู้ชายเข้าไป)
ช่วยเปิดประตูให้หนูที จากนั้นแกล้งทำเป็นหยุดนิดหนึ่ง แล้วพูดต่อเองว่า "ก็ได้ๆ ไม่ตะโกนก็ได้" แสร้งทำเหมือนว่าคนชื่อนั้นกำลังมาเปิดประตูให้คุณเข้า เมื่อมีคนมาเปิดประตูบ้านให้ ควรบอกเจ้าของบ้านว่าเกิดอะไรขึ้น และขอให้โทรฯแจ้งตำรวจให้ที อย่าลืมว่าตอนนี้คุณก็กำลังอยู่ในบ้านคนแปลกหน้าเช่นกัน ดังนั้นควรตั้งสติ ระมัดระวังตัว เช่น อาจจะยืนรออยู่หน้าบ้านจนกว่าตำรวจจะมาถึง
สะพานลอยถ้าไม่จำเป็นไม่ควรใช้สะพานลอยยามค่ำคืน หากจำเป็นต้องเดินข้าม ให้สังเกตว่ามีคนซุ่มอยู่ทั้งขาขึ้น หรือขาลงหรือเปล่า คนร้ายมักดักรอเหยื่อ เป้าหมายคือผู้หญิงที่เดินข้ามตามลำพัง สวมใส่เครื่องประดับมีค่า สะพายกระเป๋า เดินคุยมือถือ หรือฟังวอร์กแมน เมื่อได้ทรัพย์สินจะหนีไปโดยมอเตอร์ไซต์ หรือถ้าเป็นที่เปลี่ยวอาจโดนฉุดไปข่มขืนด้วยคน คนร้ายมักเป็นวัยรุ่นที่ติดยาเสพติดและตระเวนก่อคดีไปทั่ว
ห้องน้ำสาธารณะถ้าต้องเดินเข้าไปห้องน้ำคนเดียว ควรระมัดระวังตัวและสังเกตสิ่งรอบข้าง เพราะคนร้ายมักจะคอยซุ่มดูคุณอยู่ในจุดที่สามารถซ่อนตัวได้ หรือยากต่อการสังเกตเห็น โดยคนร้ายจะเลือกเหยื่อที่เหมาะแล้วเข้าโจมตีและจัดการให้เร็วที่สุด
ขณะที่กำลังเดินเข้าไปในห้องน้ำ คอยฟังเสียงฝีเท้าหรือเสียงลากเท้าบนพื้น เพราะนั่นอาจเป็นเสียงที่ใครบางคนกำลังจับตาดูคุณอยู่ และอยู่ในตำแหน่งที่พร้อมโจมตี นอกจากนี้ควรสังเกตเงาบนผนังหรือบนพื้นของคนที่เคลื่อนไหวและหยุดนิ่ง ซึ่งนั่นอาจเป็นเงาของคนร้าย
ตามธรรมชาติของมนุษย์เรามักต้องการความเป็นส่วนตัว (ในกรณีที่มีหลายห้อง) ซึ่งคนร้ายเองก็มักซุ่มแอบอยู่ในห้องน้ำห้องในสุดเช่นกัน ดังนั้นหากจำเป็นต้องเข้าห้องน้ำควรเลือกห้องที่อยู่ใกล้ประตูทางออกที่สุด หรือห้องแรกๆ ซึ่งหากเกิดภัยอันตรายขึ้นมา บุคคลภายนอกที่ผ่านไปมาสามารถได้ยินเสียงหรือเสียงร้องของคุณได้

วันอาทิตย์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2555

ความรัก




ความรัก คือการให้ (ให้ทุกสิ่งทุกอย่าง หลายคนตาบอดด้วยความรัก) 

ความรัก คือการให้รัก ไม่ใช่การเหนี่ยวรั้ง หรือการที่จะทำให้ใครคนนั้นรักเราตอบ 

แต่หมายถึงการให้รักให้ความรู้สึกดีๆ และจะมีความสุขอยู่กับมัน ไม่ได้หวังผลอะไรกับมัน 

มีความสุข ไม่ว่าเขาคนนั้นจะให้รักกลับมาหรือไม่ ไม่ว่าเขาคนนั้นจะรู้หรือไม่ 

นี่แหละ ความหมายของความรัก 


  ฉันไม่รู้เหมือนกันว่า ทำไมเวลามีคนมาพูดถึง คำว่า "ความรัก" ถึงรู้สึกเขินอะ ฟังดูก็ไม่แปลก แต่เขินมากเลยเมื่อได้ยินคำนี้ ฮ่าๆๆ  

วัยรุ่นทุกคนรึเปล่านะ  พอโตเป็นหนุ่มเป็นสาวแล้วก็เริ่มจะมีความรักเพิ่มเข้ามาอีก 1  ก็คือ ความรักต่อเพศตรงข้าม (ซะงั้น)  และก็เป็นปัญหาน่าจะค่อนข้างมาก ฉันก็ไม่แน่ใจ แต่แถวๆบ้านฉันเนี่ยแหละ เยอะจริงๆ ทั้งเด็ก ม.ต้น ม.ปลาย และที่ทำให้ฉันพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาก็เพราะ 1 ในนั้น ก็คือเพื่อนฉัน ที่ชอบปรึกษาปัญหาหัวใจของตัวเองกับฉันเหลือเกิน
ซึ่งก็เป็นอะไรที่น่าเบื่อมากกกกกกก
ฉันก็ไม่รู้จะพูดยังไงนะ เหมือนยิ่งพูดเพื่อนมันยิ่งร้องอะ ฉันก็เลยบอกว่า ฉันไม่มีประสบการณ์ เพราะฉันไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนั้น แต่อย่าลืมไปว่า คนที่รักเราที่สุดก็คือ พ่อ แม่ ฉันพูดแค่นี้แหละ แล้วก็ปล่อยมันร้องต่อไป


ถ้ามันทำให้เราเจ็บปวดขนาดนี้  ทำไม??  ทุกคนถึงต้องการ
ไม่เข้าใจ

ถ้ามันทำให้เราร้องไห้ขนาดนี้ ทำไม?? ทุกคนยังเสาะแสวงหา
ไม่เข้าใจ



The only way to find love is to stop looking.


We may love the wrong person and cry for wrong reason.
But one thing is sure, mistakes help us to find the right person.



ย้อนหลัง เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2555

วันนี้มีคนๆหนึ่งซึ่งก็ไม่ค่อยสนิทนะ มาถามฉันว่า "ทำไมไม่เลือกเรียนสายวิทย์ล่ะ" ฉันก็ตอบกลับว่า "ไม่อยากเรียน" แค่นี้แหละ ไม่มีไรมาก แล้วป้าคนนั้นก็พูดถึงข้อดีให้หม่อมแม่ของฉันฟัง ว่าลูกของเขานะเรียนสายวิทย์ จบมามีงานทำอย่างนั้นอย่างนี้ ตอนนี้เงินเดือนก็ประมาณ 20000 กว่า ส่งมาให้พ่อ แม่ ใช้ก็เดือนละหลายพัน แล้วก็บราาาๆๆๆๆๆ ต่อไปเรื่อยๆ แล้วก็พาดพิงมาถึงสายที่ฉันกำลังเรียนอยู่ว่า "จบแล้วจะไปทำงานอะไรหรอ จะสู้คนอื่นๆได้มั้ย คนเก่งมีตั้งมากมาย แถมตัวยังไม่มีความรู้ภาษาจีนมากเท่าไหร่ "    ฉันก็ตอบว่า "ไม่รู้เหมือนกัน มันเป็นเรื่องของอนาคต  " หลังจากที่ป้าคนนั้นพูดมา ฉันไม่ตอบ ก็คงจะรำคาญมั้ง ก็เลยกลับบ้านตัวเองไป แต่ใจจริงฉันอยากจะไล่ด้วยซ้ำ แต่ไม่อยากทำเพราะมีแม่อยู่ด้วย

 ( ฉันไม่เรียนสายวิทย์เพราะไม่ชอบ ฉันเรียนในสิ่งที่รัก และก็รักในสิ่งที่เรียน แค่นั้นแหละ ไม่จำเป็นต้องเดินตามคนอื่นๆ ไม่จำเป็นต้องเหมือนใคร พี่ฉันก็เรียนสายวิทย์นะ แถมยังจบจาก จุฬาลงกรณ์ ซะด้วย ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ภาคภูมิใจของพ่อ แม่ นะ พ่อและแม่ อยากให้ฉันเรียนสายวิทย์ เพราะอยากให้ฉันเป็นหมอ แต่ฉันบอกกับท่านว่า ฉันไม่ชอบ ฉันเรียนไม่ได้ ฉันไม่ได้รัก ถ้าเรียนไปเกิดไม่รอดขึ้นมา ก็ไม่มีประโยชน์อะไร แค่นี้แหละ ฉันพูดแค่ครั้งเดียวและก็ไม่พูดอีกเลย แต่พ่อก็ยังพูดกรอกหูฉันทุกวันว่า เรียนสายวิทย์ดีอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ฉันไม่สนหรอก ฉันเลือกทางเดินที่ฉันชอบและรักดีที่สุดแล้ว)

วันที่ 2 กันยายน 2555

เมื่อกี้ออนเฟส แล้วก็มีหนุ่มคนหนึ่งซึ่งไม่รู้จักชื่อ เข้ามาทัก ฉันก็ถามไอ้นั่นว่า "ใครคะ" ไอ้หมอนั่นก็ตอบ

ว่า "คน"  ฉันก็เลยตอบกลับว่า "รู้แล้ว ฉันก็คงไม่ได้คุยอยู่กับควายหรอก " ไอ้หมอนั่นกลับด่าฉัน  มัน

ด่ามา ฉันก็ด่ากลับ จึงอยากจะถามทุกคนว่า คำตอบที่ฉันพูดไปมันผิดตรงไหน ??? ฉันคิดว่ามันสมเหตุ

สมผลที่สุดแล้ว ไม่เข้าใจจริงๆ 

โรคเหน็บชา


โรคเหน็บชาเกิดจากอะไรเเละวิธีการรักษา
 
ส่วนใหญ่ผมเนี่ยมักจะเป็นตอนนั่งนานๆครับ เเต่ขยับนิดหน่อยเดี๋ยวก็หายครับ เเต่ว่า เป็นบ่อยๆไม่ดีนะครับ เพราะในระยะยาวอาจจะมีผลต่อระบบความดันเลือดได้ครับ
 
 
 
โรคเหน็บชาเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับการขาดขาดวิตามิน B1 โรคเหน็บชาเกิดจากการที่มีการขาดวิตามิน thiamine และผลในความผิดปกติทางระบบประสาท หรือ วิตามินบีหนึ่งวิตามินบี 1 เป็นวิตามินที่สำคัญละลายน้ำได้จำนวนฟังก์ชั่นในร่างกายมาเป็นพิเศษช่วยใน การสลายน้ำตาลกลูโคสและครอบคลุมปลอกเส้นประสาท
โรคเหน็บชาส่งผลกระทบต่อระบบต่างๆในร่างกายเช่นระบบกล้ามเนื้อระบบหัวใจและหลอดเลือดและระบบประสาท คน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้รับผลกระทบที่สุดที่มีการขาด thiamine หรือโรคโรคเหน็บชาเนื่องจากมีการใช้ข้าวที่มีมากน้อย b1 thiamine วิตามิน ฉันจะไม่, ผมไม่ได้เป็นความหมายของโรคโรคเหน็บชา
ประเภทของโรคเหน็บชา
Wet โรคเหน็บชา : โรคเหน็บชาฝนมีผลต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด
โรคเหน็บชาแห้ง : โรคเหน็บชาแห้งมักจะมีผลต่อระบบประสาท
สาเหตุของโรคเหน็บชา, สิ่งที่ทำให้เกิดโรคเหน็บชา
หักการรับประทานวิตามิน B1 หรือ thiamine ทำให้เกิดโรคเหน็บชาหรือเปียกโรคเหน็บชา
ละเมิดแอลกอฮอล์ : ละเมิดแอลกอฮอล์ทำให้เกิดโรคเหน็บชา ผู้ ป่วยสุราเรื้อรังทุกข์ทรมานจากการขาดวิตามิน thiamine เป็นแอลกอฮอล์รบกวนการดูดซึม thiamine ในลำไส้และป้องกันการจัดเก็บข้อมูลของ thiamine ในร่างกาย
การบริโภคอาหารที่มี thiamine น้อยสาเหตุโรคเหน็บชา ส่วนใหญ่คนกินข้าวสารที่ได้สูญเสียวิตามิน thiamine และเป็นคุณค่าทางโภชนาการและการนี้ทำให้เกิดโรคเหน็บชา
การบริโภคอาหาร thiamine หักผ่านทำให้เกิดโรคเหน็บชา
การ ผ่าตัดกระเพาะอาหารยังก่อให้เกิดโรคเหน็บชาในผู้ป่วยบางรายเป็นการดูดซึมของ วิตามินจากทางเดินอาหารเปลี่ยนไปหลังการผ่าตัดกระเพาะอาหาร
ไตในผู้ป่วยไตและยา diuretics ดังกล่าวอาจก่อให้เกิดโรคเหน็บชาและเพิ่มความเสี่ยง
การถ่ายทอดลักษณะพันธุกรรม : อาจทำให้เกิดโรคเหน็บชาในบางคน บุคคลที่มีประวัติครอบครัวของโรคเหน็บชาอาจได้รับโรคเหน็บชาผ่านยีนเป็นพี่น้องกัน ประเภทของการถ่ายทอดลักษณะพันธุกรรมนี้มีความเกี่ยวข้องกับการดูดซึมวิตามินบีหนึ่งที่ไม่ดีหรือวิตามิน B1 จากระบบลำไส้ ผู้ใหญ่ได้รับผลกระทบโดยทั่วไปกับโรคเหน็บชาโรคเหน็บชาการถ่ายทอดลักษณะพันธุกรรมหรือผู้ใหญ่
ทารกที่ดื่มน้อยกว่าหรือ b1 thiamine วิตามินที่มีนมเลี้ยงลูกด้วยนมจากมารดาอาจได้รับโรคเหน็บชา อาหารเสริมสำหรับทารกภายนอกหรือทารกอาจมีไม่เพียงพอ thiamine และสาเหตุโรคเหน็บชาในทารก
อาการของโรคเหน็บชา,
การสูญเสียน้ำหนัก * คืออาการหลักของโรคเหน็บชาเนื่องจากโภชนาการที่ไม่ดี
* การสูญเสียของความอยากอาหารจะลดลงอาการโรคเหน็บชากับการเคลื่อนไหวทางเดินอาหาร
* การเปลี่ยนแปลงทางจิตที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาทางปัญญาและความรู้ความเข้าใจ
จุดอ่อนทั่วไป * ในอาการที่พบบ่อยของโรคเหน็บชา
* ความเจ็บปวดในแขนขา,
* ความเมื่อยล้าที่รุนแรงและการสูญเสียกล้ามเนื้อ
คลื่นไส้และอาเจียน *
อาการของโรคเหน็บชาเปียก
* ความผิดปกติของหัวใจและหลอดเลือด
* ความล้มเหลวของหัวใจ
* ความล้มเหลวของการเต้นของหัวใจวายอาการของโรคเหน็บชาเปียกอยู่
* อ่อนแอของผนังหลอดเลือดฝอย,
* tachycardia (อัตราการเต้นหัวใจเพิ่มขึ้น),
* หอบ,
* เวลาคืนตื่นพร้อมกับเหงื่อออก
* อาการโรคหัวใจจะกลายเป็นเลวลงถ้าไม่ได้รับการรักษาโรคเหน็บชาในเวลา
* ถึงแม้ว่าโรคเหน็บชาเป็นโรคร้ายแรงไม่อาจก่อให้เกิดการเสียชีวิตหากอาการของโรคเหน็บชาจะไม่ได้รับการรักษา
อาการของโรคเหน็บชาแห้งแห้งอาการโรคเหน็บชา
* ความเสียหายหรือความเสียหายที่เปลือก Myelin นิวรอน,
* ในความมึนงงเท้าและขาด้วยความรู้สึกน้อยลง
* พิการทางการรับรู้ทางประสาทสัมผัส
* อัมพาตบางส่วนหรือฝ่ายเดียว,
* ความเสียหายของเส้นประสาทรอบนอก
* การเปลี่ยนแปลงอารมณ์
* กล้ามเนื้อผู้เสียชีวิตร่วมบวช,
* ความเจ็บปวดในแขนขาที่ต่ำกว่า
* เปลี่ยนแปลงในการเคลื่อนไหวของตา
ความรู้สึกรู้สึกเสียวซ่า * ในเท้า,
* ยากที่จะเดินและกระโดด
* กรดแลคติกเพิ่มขึ้นและกรด pyruvic ในเลือด
การรักษาโรคเหน็บชา
ให้ thiamine ขาดจากภายนอกเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการรักษาโรคเหน็บชา และระดับ thiamine สมดุลในร่างกายเป็นจุดมุ่งหมายหลักของการรักษาโรคเหน็บชา การบริหารวิตามินบีหนึ่งไฮโดรคลอผ่านแบบฟอร์มหรือหลอดเลือดในช่องปากเป็นที่แนะนำสำหรับการรักษาโรคเหน็บชา แม้ระยะสั้นการรักษาทันทีที่มีไฮโดรคลอไร thiamine กู้คืนผู้ป่วยจากอาการของโรคเหน็บชา
* ปริมาณที่สูงขึ้นของการบริหารงานผ่านทางฉีด thiamine ช่วยในการรักษาโรคเหน็บชา
* ธัญพืชบริโภคมักจะไม่ไดทำให้บริสุทธิ์เพื่อเพิ่มระดับ thiamine ในเลือดและรักษาโรคเหน็บชาเปียก
* กินข้าวกล้องซึ่งเป็นแหล่งที่ดีของวิตามินบี 1 หรือ thiamine
* เนื้อไข่และปลานอกจากนี้ยังมีการแนะนำในการรักษาโรคเหน็บชา
* ผักใบเขียวผลไม้สด, นมและผลิตภัณฑ์นมที่ใช้ในการรักษาโรคเหน็บชากับ thiamine พออาหารเสริม
* รักษาระดับที่เหมาะสมของ thiamine ในเลือดและยืนยันด้วยการตรวจสอบปกติ
* การบริหารงานของวิตามินบีซับซ้อนทั้งหมดขอแนะนำในการรักษาโรคเหน็บชาทั้งเปียกและแห้งโรคเหน็บชา
* เหล่านี้เป็นตัวเลือกของการรักษาโรคเหน็บชา Wet, การรักษาโรคเหน็บชาแห้ง

มะเร็งเต้านม


มะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งที่พบบ่อยในหญิงไทยเป็นที่สองรองจากมะเร็งปากมดล กมักเกิดในหญิงอายุ 40 ปีขึ้นไปและพบมากในหญิงที่ไม่มีบุตรหรือมีบุตรน้อย และในผู้ที่มีประวัติญาติพี่น้องเคยเป็นมะเร็งเต้านมหญิงอายุน้อยหรือชายก็อาจเ ป็นมะเร็งเต้านมได้ แต่พบได้น้อย
สาเหตุการเกิดโรค ยังไม่ทราบแน่นอน แต่ในทางระบาดวิทยาอาหารไขมันสูง มีส่วน ทำให้เกิดโรคได้ ตำแหน่งเกิดของมะเร็งเต้านมมักเป็นที่ส่วนบนด้านนอกของ เต้านมมากกว่า ส่วนอื่น

ลักษณะอาการของโรค
* เริ่มจากการคลำก้อนไม่ได้จนถึงมีก้อนเล็กๆ ขึ้นที่เต้านม ส่วนมากจะไม่มีอาการเจ็บปวด
* ก้อนจะโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ท ำให้เต้านมมีลักษณะผิดไป อาจทำให้เต้านมใหญ่ขึ้น หรือบางชนิดทำให้เต้านมแข็ง หดตัวเล็กหรือแบนลงได้ ก้อนมะเร็งอาจจะรั้งให ้หัวนมบุ๋ม เข้าไปจากระดับเดิม หรือทำให้ผิวหนังบริเวณเต้านมมีลักษณะ หยาบ และขรุขระ บางรายเมื่อบีบบริเวณหัวนมจะมีน้ำเหลืองหรือเลือดไหลซึมออกมา มะเร็งจะลุกลาม แพร่กระจายจากตำแหน่งที่เกิดได้อย่างรวดเร็วไปตามหลอดเลือด และน้ำเหลืองสู่อวัยวะอื่นๆ
* บริเวณที่พบการแพร่กระจายได้เร็วและบ่อยที่สุดได้แก่ ต่อมน้ำเหลือง ที่รักแร้
* ในรายที่เป็นมากแล้วเนื้อมะเร็งบางส่วนจะเน่าตาย ทำให้เกิดเป็นแผลขยายกว้างออกไป และมีกลิ่นเหม็นจัด

การตรวจวินิจฉัยและรักษา
* การตรวจพบและรักษามะเร็งเต้านมตั้งแต่ระยะเริ่มแรก จะมีโอกาสหายขาดได้
* การตรวจเต้านมด้วยตนเองเดือนละครั้งเป็นประจำ หลังหมดประจำเดือน 7 วัน และ การตรวจโดยเอ็กซเรย์เต้านม ช่วยให้พบความผิดปกติ หรือก้อนมะเร็งได้ตั้งแต่ระยะเริ่มแรก
* การรักษานั้นอาจทำโดยการผ่าตัดการบำบัดทางรังสี และการใช้ยาสังเคราะห์บางประเภท ทั้งนี้อาจจะให้การรักษาโดยวิธีการเดียวหรือร่วมกันไปก็ได้ ขึ้นอยู่กับผลการ ตรวจพิเศษ ของชิ้นเนื้อมะเร็งและต่อมน้ำเหลืองที่ผ่าตัดออกมา

ข้อพึงปฏิบัติ
* ควรตรวจเต้านมด้วยตนเองเดือนละครั้งเป็นประจำ หลังหมดประจำเดือน 7 วัน หากพบก้อนหรือสิ่งผิดปกติใด ๆ ควรรีบปรึกษาแพทย์โดยเร็ว
* ให้ความร่วมมือในการรักษา อย่าหลงเชื่อและเสียเวลาไปกับการรักษาโรคมะเร็ง ด้วย วิธีการ ทางไสยศาสตร์และยากลางบ้าน เพราะมะเร็งนั้นจะโตขึ้นเรื่อยๆ โอกาสที่จะหายขาดจะลดลง ทุกขณะ
* พึงระลึกเสมอว่ามะเร็งของเต้านมหรืออวัยวะใดก็ตาม ถ้าได้รับการรักษาในระยะเริ่มต้น เร็วเท่าไร ความหวังที่โรคจะหายขาดก็ยิ่งมีมากขึ้นเพียงนั้น

(สำหรับสาวๆนะจ๊ะ หนุ่มๆรู้ไว้ก็ดี)

วันที่ 1 กันยายน 2555

หลังจากเมื่อวานที่ต้องไปเรียนชดเชยในวันเสาร์ ตอนเช้าพ่อไปส่งที่โรงเรียน พอตอนเย็นจะกลับบ้าน ก็เดินไปที่คิวรถ แต่ไม่มีรถกลับบ้านแม้แต่คันเดียว ความซวยก็เคลื่อนเข้ามา เพราะลุงคนหนึ่งบอกว่า "รถเพิ่งออกก่อนหน้าหนูไปเมื่อกี้เอง" ฉันก็นั่งทำหน้าละห้อยอยู่ตรงคิวรถ เหว่หว้าสุดๆ และตอนนั้นก็กำลังป่วยด้วย ปวดหัว ตัวร้อน เจ็บคอ ถ้าร้องได้คงจะร้องลั่นเลยแหละ นอกจากไม่สบายแล้ว ไม่มีรถกลับบ้าน แถมยังไม่มีคนอยู่เป็นเพื่อนอีก ชีวิตนี้ช่างแสนเศร้าเหลือเกิน แต่ทันใดนั้นก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น พอกดรับปลายสายก็ถามว่า "ตอนนี้หนูอยู่ไหน" ฉันก็บอกว่า "อยู่คิวรถ ไม่มีรถกลับบ้าน" ป้าฉันก็บอกว่าเดี๋ยวไปรับเพราะตอนนี้มาทำธุระพอดี ฉันก็ยิ้มแป้นที่จะได้กลับบ้านละ  และป้าก็มารับ แต่ก่อนกลับ ป้าแวะซื้อของที่ Big C ฉันก็เดินขึ้นชั้นบน และก็ได้ยินเสียงกรี๊ดของสาวๆเต็มเลย คิดว่าต้องมีไรแน่นอน พอเข้าไปดูก็เห็นพี่เมาส์ และดาราอีกหลายคนแต่ไม่รู้จัก กำลังถูกล้อมด้วยผู้หญิงเป็นร้อย เป็นพัน (เวอร์ละ) ฉันอยากจะเข้าไปถ่ายรูปนะ แต่โดนเบียดจนกระเด็นเลย แถมทนฟังเสียงกรี๊ดของพวกผู้หญิง 18 หลอดไม่ได้  ฉันก็เลยเดินออกมา แต่ก็ดีใจมากๆเลยที่ได้เจอพี่เมาส์  ตัวจริงหล่อมากกก